เดินหน้า สานต่อ อุดมการณ์คณะราษฎร

คณะราษฎร

สมาชิกคณะราษฎร

โดยสมาชิกแบ่งเป็นสามสายคือ สายทหารบก สายทหารเรือ สายพลเรือน โดยสมาชิกที่สำคัญในการก่อตั้งคณะราษฎร ในแต่ละสายได้แก่                 

สาย ทหารบก     พระยาพหลพลพยุหเสนา  (พจน์ พหลโยธิน),  พระยาทรงสุรเดช  (เทพ พันธุมเสน), พระยาฤทธิ์อัคเนย์ (สละ เอมะศิริ), พระประศาสน์พิทยายุทธ (วัน ชูถิ่น), และ  หลวงพิบูลสงคราม (แปลก ขีตตะสังคะ)

สายทหารเรือ    หลวงสินธุสงครามชัย (สินธุ์ กมลนาวิน), หลวงศุภชลาศัย (บุง ศุภชลาศัย), หลวงสังวรยุทธกิจ (สังวรณ์ สุวรรณชีพ), และ หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ (ถวัลย์ ธารีสวัสดิ์)

สายพลเรือน     หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์), หลวงศิริราชไมตรี (จรูญ สิงหเสนี), หลวงโกวิทอภัยวงศ์ (ควง อภัยวงศ์), ตั้ว ลพานุกรม, แนบ พหลโยธิน, ทวี บุณยเกตุ, และ ประยูร ภมรมนตรี

คณะราษฎร คือ กลุ่มบุคคลที่ดำเนินการ ปฏิวัติในปี 2475 ยึดอำนาจจาก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของ ประเทศสยาม จาก สมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็น ประชาธิปไตย

ราชอาณาจักรสยามอยู่ภายใต้การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ประเทศได้ประสบกับปัญหาเศรษฐกิจ ที่ร้ายแรงและภัยคุกคามจากต่างชาติ (อังกฤษและฝรั่งเศส) นอกจากนี้ ประเทศยังประสบกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมขนานใหญ่เมื่อชาวเมืองและชนชั้น กลางในกรุงเทพมหานครเริ่มขยายจำนวนขึ้น และเริ่มแสดงความต้องการสิทธิเพิ่มมากขึ้นจากรัฐบาล และวิจารณ์ว่ารัฐบาลไร้ประสิทธิภาพราชอาณาจักรสยามอยู่ภายใต้การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช

คณะราษฎรประกอบด้วยกลุ่มบุคคลผู้ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนและนักเรียนทหารที่ศึกษาและทำงานอยู่ในทวีปยุโรป ได้ทำการประชุมกันในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และได้ตกลงที่จะทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์อยู่ใต้กฎหมาย โดยตกลงที่ใช้วิธีการ “ยึดอำนาจโดยฉับพลัน” รวมทั้งพยายามหลีกเลี่ยงการนองเลือด ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการถือโอกาสเข้ามาแทรกแซงจากมหาอำนาจที่มี อาณานิคมอยู่ล้อมรอบสยามในสมัยนั้น คืออังกฤษและฝรั่งเศส

ในการประชุมครั้งนั้น กลุ่มผู้ก่อการได้ตั้งปณิธานในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เพื่อให้สยามบรรลุเป้าหมาย 6 ประการซึ่งต่อมาหลังจากปฏิวัติยึดอำนาจได้แล้ว ก็ได้ประกาศเป้าหมาย 6 ประการนี้ไว้ในประกาศคณะราษฏร ฉบับที่ 1 และต่อมาได้เรียกว่าเป็น “หลัก 6 ประการคณะราษฎร” โดยหลัก 6 ประการนั้นคือ

  1. จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชในบ้านเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจของประเทศไว้ให้มั่นคง
  2. จะรักษาความปลอดภัยในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
  3. จะต้องบำรุงความสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจไทย รัฐบาลใหม่ จะพยายามหางานให้ราษฎรทำโดยเต็มความสามารถ จะร่างโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
  4. จะต้องให้ราษฎรได้มีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่ให้พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่)
  5. จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก 4 ประการ ดังกล่าวแล้วข้างต้น
  6. จะต้องให้มีการศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

                  

“หมุดคณะราษฎร์” เป็นจุดที่พระยาพหลพลพยุหเสนายืนอ่านแถลงการณ์ ข้อความที่หมุดนั้นอ่านว่า “ณ ที่นี้ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญเพื่อความเจริญของชาติ”

           การกระทำ การปฏิวัติเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเมื่อ 24 มิ.ย. 2475  ในปัจจุบันนั้นเราให้การยกย่องกับ คณะราษฎร เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับหลวงประดิษฐ์มนูธรรม (นายปรีดี พนมยงค์) เป็นพิเศษ แต่บุคคลสำคัญท่านนี้  กลับได้รับการยกย่องน้อยกว่าที่ควรจะเป็น


ขอบคุณข้อมูลจาก  http://th.wikipedia.org/wiki/คณะราษฎร

Advertisements

Posted on Jul 7, 2011, in Politics and tagged , , , . Bookmark the permalink. Leave a comment.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: